วัฒนธรรมของคนอีสานเป็นวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมั่นว่าดีที่สุด สำหรับอีสานในแคว้นสุวรรณภูมิ
ในแต่ละเดือนร่วมกันประเพณีนั้นเรียกว่า ฮีต ๑๒ หรือจารีตประเพณี ๑๒ ประการอันเป็นธรรม
เนียมประเพณีที่ปฏิบัติสืบกันมาแต่บรรพบุรุษ๘
บัวศรี ศรีสูง ปราชญ์ชาวบ้านดงเค็ง มหาสารคาม กล่าวไว้ในการบรรยายเรื่อง “ทิศทาง
หมู่บ้านอีสานและปกิณกะคดี” ว่าวัฒนธรรมของคนอีสานเป็นวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมั่นว่าดีที่สุด
สำหรับอีสานในแคว้นสุวรรณภูมิ เป็นวัฒนธรรมแต่โบราณมา วัฒนธรรมของอีสานสร้างคนให้
เป็นคน สร้างให้คนละจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้คนทำคุณงามความดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ต่อกัน มีฮีตมีคองอยู่ เรียกว่า “ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ฮีตยี่คองเกียง ฮีตบ้านคองเมือง ฮีตพ่อคองแม่
ฮีตเฒ่าคองเขย…ฮีตสิบสองของอีสานว่าไว้ตามลักษณะสิบสองเดือน แต่ละเดือนมีงานประเพณี
ของมันอยู่ กฎเกณฑ์กติกาสังคมอีสานวางไว้แต่สังคมบรรพบุรุษมา๙
บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล ได้ให้ทัศนะว่า “ ฮีตสิบสอง คือประเพณีที่คนลาวอาณาจักร Read the rest of this entry »
ลุ่มแม่น้ำโขงสมัยเก่าใช้ศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นเครื่องมือหรือวิธีการปกครองบ้าน เมือง มากกว่าเผ่าชนทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ส.ธรรมภักดี (นามแฝง) ได้ให้ความเห็นว่า “จาริตตะนั้น คือ ฮีตคองโบราณ เป็น
ประเพณีธรรมเนียมสืบมาเดี๋ยวนี้ เป็นแบบแผนไว้ความดีงามประพฤติชอบ เป็นประเพณีทำบุญ ๑๒
เดือน กล่าวไว้ในคัมภีร์ได้บ่ไข”๑๒
รศ. อุดม บัวศรี ได้กล่าวไว้ในวัฒนธรรมอีสานว่า ประเพณีที่ถือเป็นหลักในการ
ผูกพันกันทางสังคมบางอย่างยังยึดถือกันอย่างแนบแน่นและเป็นประเพณีที่ประพฤติปฏิบัติกันอยู่
ในรอบปี มีอยู่ ๑๒ ประเพณี ประเพณีเหล่านี้ที่ถือเป็นสำคัญที่ส่วนรวมร่วมกันทำนุบำรุงและพัฒนา
ให้เป็นประเพณีระดับจังหวัด เช่น
แห่เทียนพรรษาในเดือน ๘ ที่จังหวัดอุบลราชธานี
บุญบั้งไฟเดือน ๖ ที่จังหวัดยโสธร
บุญปราสาทผึ้งในเดือน ๑๑ ที่จังหวัดสกลนครและเลย Read the rest of this entry »
การเทศน์มหาชาติที่มีผลต่อสังคมไทย ว่าเป็นประเพณีที่ให้ส่งผลทั้งใน ด้านการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม การศึกษา
นาก็ได้ผลดีในฤดูกาลต่อไป๑๔ ขณะที่ผลการวิจัยของพระมหาธวัช เขมธโช (พุทธโส) ได้กล่าว ถึง
การศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่อง การเทศน์มหาชาติที่มีผลต่อสังคมไทย ว่าเป็นประเพณีที่ให้ส่งผลทั้งใน
ด้านการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม การศึกษา๑๕ ตลอดขนบประเพณีที่ดีงามของหมู่ชนที่
เป็นบริบทในเทศน์มหาชาติหรือเทศน์ประจำเดือน ๔ ซึ่งเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่ยังคงอนุรักษ์ไว้จน
ถึงปัจจุบันนี้
นางสาวนันทิดา ปัจจัยโคถาได้กล่าวถึงงานวิจัยเกี่ยวกับประเพณีฮีตสิบสองได้
เสนอให้ เห็นว่า ประเพณีฮีตสิบสองนั้น ยังคงมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของชาวอีสาน
ในบางพื้นที่อยู่ แม้จะมีความเจริญในด้านเทคโนโลยีแล้วก็ตาม โดยผลศึกษาวิจัย พบว่า
นักศึกษาเพศชายอายุระหว่าง ๑๗ – ๑๙ ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในคณะวิทยาการจัดการชั้นปีที่ ๑
ส่วนใหญ่คิดว่าประเพณีฮีต ๑๒ นั้น มีประโยชน์ในด้านวัฒนธรรมมากที่สุด ส่วนด้าน Read the rest of this entry »
การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยที่ใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณ (Quantitative Research)
๑.๕ ขอบเขตของการวิจัย
การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยที่ใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณ
(Quantitative Research) คือ
๑.๕.๑ การวิจัยเอกสาร ( Documentary Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตำรา
เชิงวิชาการ บทความ ตลอดจนแหล่งข้อมูล เอกสารที่จะนำมาศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
(๑) เอกาสารหลัก ได้แก่ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(๒) เอกสารรอง ได้แก่ อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา และบทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
ฮีตสิบสอง ที่มีผู้เขียนวิเคราะห์วิจัยไว้ อันเป็นงานวิจัยในครั้งนี้
๑.๕.๒ การสัมภาษณ์ (Interview) เป็นการศึกษาโดยวิธีสัมภาษณ์ข้อมูลจากกลุ่มต่างๆ
เพื่อจะได้ข้อมูลอันเป็นจริง Read the rest of this entry »
การสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูล
๑.๖.๒ การสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูล
๑) ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฮีตสิบสองและวรรณกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับฮีตสิบสอง
๒) บันทึกรวบรวมข้อมูลแนวคิด นำมาศึกษา เรียบเรียง สรุปเนื้อหา อภิปรายผล
และเสนอแนะ
๑.๖.๓ การวิเคราะห์ข้อมูล
รวบรวมข้อมูลจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบทความต่าง ๆ ที่ท่านผู้รู้ได้
เรียบเรียงขึ้น หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว ผู้วิจัยดำเนินการดังต่อไปนี้ คือ
(๑) บันทึกข้อมูล (๒) ตรวจสอบการบันทึกข้อมูล (๓) ใช้การวิเคราะห์จากแนวคิด
ทฤษฎีและผลงานที่เกี่ยวข้อง Read the rest of this entry »